รีวิว TAG Heuer Formula 1 WAC1110-0
/ 2 min read
นาฬิกาแต่ละเรือนมีเรื่องราวไม่เท่ากัน
สำหรับ TAG Heuer Formula 1 WAC1110-0 เรือนนี้ เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ตอนที่พ่อไปเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แล้วซื้อนาฬิกาเรือนนี้กลับมาให้
ตอนนั้นมันคงเป็นนาฬิกาที่ดีและพิเศษมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มีนาฬิกาเรือนอื่นเข้ามาแทนที่ สุดท้ายเรือนนี้จึงถูกเก็บไว้และไม่ได้ใส่มานาน
จนถึงช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ปลายปี 2025 ตอนเก็บบ้านและจัดของใหม่ ก็ได้เจอนาฬิกาเรือนนี้อีกครั้ง
ตอนแรกคิดไว้ว่าถูกเก็บมานานขนาดนี้ ถ่านอาจรั่วจนเครื่องเสียไปแล้ว แต่พอลองเปิดดูพบว่าถ่านรั่วเพียงเล็กน้อย โชคดีที่เครื่องยังไม่เสียหาย หลังจากนำไปเปลี่ยนถ่าน นาฬิกาก็กลับมาเดินได้ตามปกติ
การได้เห็นเข็มวินาทีสีแดงกลับมาเดินอีกครั้ง ให้ความรู้สึกดีมากกว่าที่คิด เพราะมันไม่ใช่แค่การเอานาฬิกาเก่ากลับมาใช้งานได้ แต่เป็นการได้หยิบของที่พ่อเคยเลือกซื้อจากสวิตเซอร์แลนด์กลับมาใส่อีกครั้ง
WAC1110-0 คือรุ่นอะไร
รุ่นนี้อยู่ในตระกูล TAG Heuer Formula 1 ซึ่งเป็นกลุ่มนาฬิกาสปอร์ตที่เชื่อมกับภาพของมอเตอร์สปอร์ตมาโดยตลอด
WAC1110-0 เป็นนาฬิกา quartz ตัวเรือนและสายสเตนเลส หน้าปัดสีดำ มีช่องวันที่อยู่ระหว่างตำแหน่ง 4 กับ 5 นาฬิกา ใช้เข็มวินาทีกลางสีแดง และมี marker กับเข็มที่เรืองแสงได้ รายการประมูลของ Bonhams สำหรับเรือนที่ซื้อในปี 2006 ระบุว่าใช้เครื่อง ETA F06.111 quartz แบบ 3 jewels พร้อมฝาหลังและเม็ดมะยมแบบ screw-down1
ข้อมูลอ้างอิงในตลาดมือสองมักระบุขนาดตัวเรือนที่ 41 มม. กระจก sapphire crystal และกันน้ำ 20 ATM หรือ 200 เมตร2 ตัวเลขขนาดอาจพบว่าแตกต่างกันเล็กน้อยตามวิธีวัด แต่เวลาใส่จริงให้ความรู้สึกว่าเป็นนาฬิกาขนาดกำลังดี ไม่เล็กแบบนาฬิกา vintage และไม่ได้ใหญ่จนเต็มข้อมือเหมือน sports watch รุ่นใหม่หลายเรือน
สิ่งที่น่าสนใจคือ ถึงจะเป็นนาฬิกา quartz แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนนาฬิกา fashion ที่เน้นโลโก้เป็นหลัก ตัวเรือนมีน้ำหนัก มี bracelet แบบข้อเล็กที่แน่นพอสมควร และมีรายละเอียดของ bezel ที่ทำให้เห็นแล้วจำได้ทันที
และสำหรับเรือนนี้ quartz ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้มันกลับมาใช้งานได้ง่าย หลังจากเปลี่ยนถ่านแล้วก็กลับมาบอกเวลาได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องที่หยุดเดินเพราะถูกเก็บไว้นาน หรือเรื่องการตั้งเวลาและวันที่ที่ซับซ้อนเกินจำเป็น
หน้าตาที่ไม่พยายามเรียบร้อยเกินไป
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ bezel
ตัวเลข 5, 10, 15 ไปจนถึง 55 ถูกทำให้ใหญ่และนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน ต่างจาก bezel แบบเรียบๆ ที่เห็นใน diver watch หลายรุ่น มันดูเหมือนออกแบบมาให้เห็นได้ทันทีจากระยะไกล และทำให้ตัวเรือนมีความดิบอยู่เล็กน้อย
แรกๆ อาจรู้สึกว่ารายละเอียดมันเยอะไปหน่อย เพราะทั้ง bezel ทั้งตัวเลขบนหน้าปัด ทั้ง marker และโลโก้ ต่างก็มี presence ของตัวเอง แต่พอใส่จริงกลับรู้สึกว่านี่คือจุดที่ทำให้รุ่นนี้มี character
หน้าปัดดำช่วยคุมทุกอย่างไว้ไม่ให้ดูวุ่นวายเกินไป ส่วนเข็มวินาทีสีแดงเป็นจุดเล็กๆ ที่ช่วยให้ดูมีชีวิตขึ้นมา โดยเฉพาะเวลามองนาฬิกาในแสงธรรมดา สีแดงไม่ได้เด่นจนฉูดฉาด แต่พอจะทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่นาฬิกาดำเงินธรรมดา
ตัวเลข Arabic ที่ตำแหน่ง 12, 3, 6 และ 9 ก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้หน้าปัดอ่านเวลาได้ง่าย แม้ design จะดูสปอร์ตและมีองค์ประกอบเยอะ แต่เวลาเหลือบมองยังจับตำแหน่งเข็มได้เร็วพอสมควร
Quartz ไม่ได้เป็นข้อเสียเสมอไป
เวลาพูดถึงนาฬิกาสวิส หลายคนอาจคาดหวังว่าจะต้องเป็น automatic หรือ mechanical แต่สำหรับ Formula 1 เรือนนี้ quartz กลับดูเข้ากับบุคลิกของมันดี
นาฬิกาแบบนี้ไม่ได้ต้องการพิธีกรรมมากนัก หยิบมาใส่แล้วเวลาเดินตรง ใช้ช่องวันที่ได้ และไม่ต้องคิดเรื่องการหมุนเม็ดมะยมทุกครั้งหลังวางไว้หลายวัน
เครื่อง ETA F06.111 อาจไม่ได้มีเรื่องราวแบบเครื่อง mechanical แต่ในฐานะนาฬิกาที่ตั้งใจจะใส่จริง ความตรงไปตรงมาของ quartz ก็มีข้อดีของมันเอง โดยเฉพาะวันที่ต้องรีบออกจากบ้าน หรือวันที่ไม่ได้อยากคิดอะไรกับนาฬิกามากนัก
กรณีของเรือนนี้ ยิ่งทำให้เห็นข้อดีของ quartz ชัดขึ้นไปอีก หลังจากหยุดใช้งานและเก็บมาหลายปี ปัญหาหลักคือถ่านเก่าที่เริ่มรั่วเล็กน้อย ไม่ใช่เครื่องที่เสียหายถาวร พอให้ช่างเปลี่ยนถ่านและตรวจดูแล้ว นาฬิกาก็กลับมาทำหน้าที่เดิมได้ต่อ
ใส่บนข้อมือแล้วเป็นอย่างไร
บนข้อมือ WAC1110-0 ดูมีน้ำหนักและ presence พอสมควร แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเทอะทะ
ตัวเรือนขนาดประมาณ 41 มม. ทำให้ยังมีพื้นที่ของ bezel และหน้าปัดให้เห็นรายละเอียดครบ ขณะเดียวกัน bracelet สเตนเลสแบบข้อเล็กช่วยให้ภาพรวมไม่ดูแข็งเป็นก้อนเดียว เวลาใส่กับเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตธรรมดาก็ยังไปด้วยกันได้
ความจริงคือมันไม่ใช่นาฬิกาที่จะหายไปกับชุด
ถ้าต้องการนาฬิกาที่บาง เรียบ และไม่เรียกร้องความสนใจ Casio Edifice EFS-S570DC-1AUDF ที่เคยเขียนถึงก่อนหน้านี้อาจเหมาะกว่า เพราะบางกว่าและหน้าตาเงียบกว่า แต่ Formula 1 เรือนนี้เป็นคนละอารมณ์ มันเหมาะกับวันที่อยากใส่นาฬิกาที่มีความสปอร์ตชัดเจนขึ้นมาอีกระดับ
รูปทรงและร่องรอยเล็กๆ จากการใช้งานยังทำให้รู้สึกว่านี่เป็นนาฬิกาที่ควรใส่ ไม่ใช่ของที่ต้องเก็บไว้ระวังตลอดเวลา ถึงจะมีกระจก sapphire และกันน้ำ 200 เมตร แต่ก็คงไม่ได้หมายความว่าต้องเอาไปพิสูจน์อะไรกับน้ำทุกครั้งที่ใส่
แค่รู้ว่ามันมีพื้นฐานที่แข็งแรงพอสำหรับชีวิตประจำวัน ก็สบายใจแล้ว
จุดที่ต้องยอมรับ
สิ่งแรกคือ มันไม่ใช่นาฬิกาเรียบ
bezel ตัวเลขนูนขนาดใหญ่เป็นสิ่งที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจ แต่ก็เป็นสิ่งเดียวกันที่อาจทำให้บางคนรู้สึกว่ามันดูเยอะเกินไป ถ้าเป็นคนชอบนาฬิกาหน้าปัดโล่งๆ หรือ dress watch บางๆ รุ่นนี้น่าจะไม่ใช่คำตอบ
อย่างที่สองคือ quartz ต้องเปลี่ยนถ่านในที่สุด
ถึงจะสะดวกกว่า mechanical ในหลายวัน แต่ก็ยังมีรอบเปลี่ยนถ่านและการดูแลเรื่อง gasket ตามอายุการใช้งาน ประสบการณ์กับเรือนนี้ก็เป็นตัวเตือนที่ดีว่าถ้าปล่อยถ่านเก่าไว้นานเกินไป มีโอกาสเกิดการรั่วได้ แม้ครั้งนี้เครื่องจะยังไม่เสียหายก็ตาม โดยเฉพาะถ้าต้องการรักษาความสามารถในการกันน้ำไว้ การเปลี่ยนถ่านกับช่างที่ดูเรื่องซีลให้ครบจึงน่าจะเหมาะกว่าเปลี่ยนแบบเร็วๆ แล้วจบ
อย่างสุดท้ายคือ bracelet แบบนี้มีบุคลิกของมันเอง
สายเหล็กข้อเล็กช่วยให้นาฬิกาดูเป็นยุค 2000 ชัดมาก ซึ่งบางคนอาจชอบ แต่บางคนอาจรู้สึกว่ามันไม่ modern เท่าสายเหล็กทรงใหม่ๆ จุดนี้ไม่มีถูกผิด เพราะมันคือส่วนหนึ่งของหน้าตาเรือนนี้ไปแล้ว
บทสรุป
TAG Heuer Formula 1 WAC1110-0 ไม่ใช่นาฬิกาที่พยายามทำตัวเป็นทุกอย่าง
มันเป็นนาฬิกา quartz สปอร์ต หน้าปัดดำ สายเหล็ก มีวันที่ กันน้ำได้ดี และมี design ที่มองแล้วจำได้ ไม่ต้องมี complication ซับซ้อน ไม่ต้องเชื่อมโทรศัพท์ และไม่ต้องมีหน้าจอที่คอยแจ้งเตือนตลอดเวลา
สิ่งที่ชอบที่สุดคือมันมีบุคลิกชัด โดยเฉพาะ bezel ตัวเลขใหญ่และเข็มวินาทีสีแดงที่ทำให้หน้าตาดูมีพลัง แต่สิ่งที่มีค่ากว่านั้นคือเรื่องราวที่ติดอยู่กับเรือนนี้ มันเป็นของที่พ่อซื้อกลับมาจากสวิตเซอร์แลนด์เมื่อราว 20 ปีก่อน และกลับมาให้ใส่อีกครั้งหลังบังเอิญเจอตอนเก็บบ้านหลังน้ำท่วม
แม้จะมีถ่านรั่วเล็กน้อย แต่การที่เครื่องยังไม่เสียหายและกลับมาเดินได้หลังเปลี่ยนถ่าน ทำให้รู้สึกเหมือนได้ต่ออายุของชิ้นหนึ่งที่ไม่ควรถูกลืมไว้ในกล่อง
บางครั้งนาฬิกาที่ดีอาจไม่จำเป็นต้องฉลาดขึ้นทุกปี
แค่เดินตรง อยู่กับเราได้นาน และพาเรื่องราวบางอย่างกลับมาให้คิดถึงอีกครั้ง ก็พอแล้ว